REGISTER

FOR MORE INFORMATION OR EXCLUSIVE PRIVILEGES

news & promotion

8 February 2023

The Nest มั่นใจปี 66 ได้ปัจจัยบวกหนุนตลาดอสังหาฯ เติบโตประกาศเปิด 2 โปรเจ็กต์ร่วมทุน KRD รวมมูลค่า 3,900 ล้านบาท

บิ๊กบอส The Nest “ อุษณา มหากิจศิริ” เปิดแผนลุยตลาดอสังหาฯ ปี 2566 มั่นใจยังมีปัจจัยบวกหนุนตลาดรวม เติบโตอย่างต่อเนื่อง เม็ดเงินต่างชาติยังไหลลงทุนเข้าประเทศไทย ผ่านตลาดทุน-กลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ต่างๆ อีกทั้งจีนเปิดประเทศส่งผลดีต่อภาคท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เตรียมควงพาร์ทเนอร์ KRD ยักษ์อสังหาฯ ญี่ปุ่นเปิดตัว 2 โครงการใหม่กลุ่มบ้าน Luxury โซนศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑารวมมูลค่า 3,900 ล้านบาท

นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (The Nest Property) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2566 ว่า โดยรวมแล้วตลาดอสังหาฯ น่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยบวกต่าง ๆ ทั้งเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศที่ยังไหลมาลงทุนในไทยผ่านตลาดทุนและการลงทุนในกลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ต่าง ๆ ประกอบกับจีนมีนโยบายเปิดประเทศ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักมากขึ้นอีกครั้ง ปัจจัยบวกเหล่านี้จะส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน

"เราทำธุรกิจต้องมองทั้งมุมบวกและมุมลบเพื่อประกอบในการกำหนดนโยบาย และปีนี้เรายังคงเชื่อมั่นและร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง" นางสาวอุษณา กล่าว พร้อมกับขยายความว่า หากภาพรวมทางเศรฐกิจของประเทศดีขึ้น บริษัทฯ เชื่อว่ายอดขายอสังหาฯ ตัวเลขจะต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันความต้องการ (Demand) ซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้บริโภคในประเทศเองก็แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนภาพได้จากยอดขายบ้านแนวราบของบริษัทฯ ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคภายในประเทศ รวมถึงผลประกอบการด้านยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงปี 2565 ของผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เน้นเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ

ส่วนนโยบายการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 นั้นนางสาวอุษณา กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ หรือกลุ่มบ้าน Luxury พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบที่บริษัทฯ ได้ขยายฐานมาตั้งแต่ปี 2565 ด้วยการเปิดบ้านแนวราบในกลุ่มบ้าน Luxury โซนตะวันออก ซึ่งเป็นโซนที่มีการเติบโตทางการตลาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าไปในพื้นที่อย่างชัดเจน

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น คือบริษัท คันเดน เรียลตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Kanden Realty Development :KRD) โดยปีนี้จะมีโครงการเปิดใหม่อีก 2 โครงการรวมมูลค่า 3,900 ล้านบาท และหากรวมกับโครงการ AERIE ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา โครงการนำร่องที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2565 จะมีโครงการมูลค่ารวมสูงถึง 6,400 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดโครงการ AERIE ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา ได้กระแสตอบรับที่ดีมากสำหรับกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 30-40 ปี ที่ต้องการขยายครอบครัวออกมา พร้อมกับต้องการบ้านที่มีฟังชันก์หลากหลายปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้ชีวิตอยู่อาศัย

ทั้งนี้ 2 โครงการใหม่เตรียมเปิดในปีนี้ เป็นบ้านเดี่ยวอยู่โซนศรีนครินทร์ และกรุงเทพกรีฑา โดยโครงการแรก พัฒนาภายใต้ชื่อ “เอเวียน ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา” (AVIAN Srinakarin-Krungthepkreetha) เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นตั้งอยู่บนเนื้อที่ดิน 42-0-54 ไร่ จำนวน 166 ยูนิต แต่ละยูนิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ตั้งแต่ 50.37-111.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 230-290 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท* จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2566 มีมูลค่าโครงการประมาณ 2,700 ล้านบาท

“โครงการนี้อยู่ติดถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันที่หลากหลายและจุดเด่นที่ทุกคนจะต้องประทับใจ อีกทั้งยังมีความคุ้มค่าเรื่องราคา ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว ราคาเปิดตัวเพียง 12.9 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับดีเหมือนกับโครงการ AERIE ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา”

ส่วนโครงการที่ 2 พัฒนาภายใต้ชื่อ “แอร์รี่ ศรีนครินทร์-สวนหลวง” (AERIE Srinakarin – Suan Luang) พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ดิน 9-2-25 ไร่ จำนวน 43 ยูนิต แต่ละยูนิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ตั้งแต่ 52.8-74.22 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 313-370 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท* จะเปิดตัวในไตรมาส 4 มูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านบาท

นางสาวอุษณากล่าวว่า ตลาดกลุ่มบ้าน Luxury ที่มีระดับราคาช่วง 20-40 ล้านบาท จากการสำรวจตลาดของทีม Researchข้อมูล พบว่ายังมีซัพพลายเหลืออยู่ในตลาดไม่มาก ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นถึงโอกาสของตลาดบ้านกลุ่มนี้ พร้อมออกแบบบ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว และให้มีความโดดเด่นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค อาทิ พื้นที่จอดรถสามารถรองรับได้ถึง 3-5 คัน, มี Foyer ต้อนรับ พร้อมพื้นที่จัดเก็บรองเท้าแบ่งเป็นสัดส่วน, ห้องครัวขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่ส่วน Pantry, ห้องทำงาน Multi Purpose Room, มีห้อง Laundry Room ที่อยู่บนชั้น 3 ตลอดจนการออกแบบพื้นที่รองรับการติดตั้ง Home Lift ได้ทุกหลัง และยังโดดเด่นด้วย Space Inner Courtyard เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ในบ้านและธรรมชาติภายนอก

นางสาวอุษณา ยังกล่าวย้ำอีกว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพในทุก ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เพียงงานก่อสร้างหรือวัสดุที่มีคุณภาพเท่านั้น ในเรื่องของพื้นที่ใช้สอย การออกแบบฟังก์ชันห้องก็ต้องมีคุณภาพ เพราะในเชิงการอยู่อาศัย ทุกตารางนิ้วต้องใช้งานได้จริงและเหมาะกับผู้อยู่อาศัยด้วย

"2 โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้เป็นการตอกย้ำว่า KRD เป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยและความเป็นมืออาชีพของทีมงานเดอะเนสท์ พร้อมกันนี้ KRD พร้อมที่จะใส่เม็ดเงินเข้ามาเพิ่มเพื่อเตรียมจะซื้อที่ดินแปลงใหม่รองรับแผนการลงทุนในปีถัดไปเช่นกัน" นางสาวอุษณากล่าว

สำหรับปี 2566 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,700 ล้านบาท โดยมีโครงการที่เป็น hi light สำคัญคือ โครงการ AERIE ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา ซึ่งในปีนี้จะมีการทยอยสร้างบ้านเสร็จออกมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 60 ยูนิต ซึ่งมีลูกค้าจองไปแล้วประมาณ 40% ขณะที่โครงการใหม่อีก 2 โครงการที่จะเปิดในปีนี้ จะเป็นบ้านที่ทยอยสร้างเสร็จพร้อมขายและพร้อมโอนเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่เป็นการพัฒนาของบริษัทฯ เอง 100% อีก 5 โครงการคือ โครงการ The Nest เพลินจิต, The Nest Sukhumvit 22, The Nest Sukhumvit 64, The Nest Sukhumvit 71 และโครงการ The Nest Chula – Samyan

ส่วนเป้าหมายในอนาคตตั้งเป้าจะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มทั้งบ้านแนวราบและคอนมิเนียมในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยปีหน้าวางแผนจะเปิดตัวคอนโดฯ โลว์ไรส์ระดับราคาขาย 3-5 ล้านบาทหรือราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรไม่ต่ำกว่า 1แสนบาท